ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของดวงตา

  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้นย่อมส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆของร่างกายเสื่อมสภาพลงเป็นเรื่องธรรมดา ดวงตาก็เช่นกัน แต่ถ้าเรารู้จักดูแล ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมได้บ้าง  
  • แสงแดด อันตรายจากรังสียูวีสามารถทำลายเซลล์ที่จอประสาทตาได้ทีละนิดไปเรื่อยๆ ซึ่งเราอาจไม่รู้ตัว เรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดมากๆ เช่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ชาวไร่ ชาวนา เป็นต้น

วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ใส่แว่นกันแดด  ทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะวิตามินเอ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ขึ้นไป

  • คอมพิวเตอร์ มือถือ ทีวี โดยปกตินั้นดวงตามของเราจะมีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาไม่ให้ตาแห้ง แต่เมื่อเราใช้สายตาไปกับการจ้องคอมพิวเตอร์ มือถือ ทีวี เกิดการกระพริบตาน้อยลงเป็นเวลานาน ส่งผลให้น้ำหล่อลื่นเริ่มแห้งลง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบๆดวงตาเกิดอาการล้าและแห้งได้ อีกทั้งยังมีแสงสีฟ้าที่จะทำให้เซลล์จอประสาทตาตายได้

วิธีป้องกัน ลดความสว่างของแสง เอาสายตาออกห่างจากจออุปกรณ์อย่างน้อย 20 ฟุต พักสายตาบ่อยๆ พยายามกระพริบตาให้บ่อยขึ้น เสริมวิตามินเอ ใส่แว่นกรองแสง

  • การสูบบุหรี่ ทำให้การหมุนเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงดวงตาของเรามีปัญหา ขาดออกซิเจนและสารอาหารที่มากับเลือด เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม 
  • โรคประจำตัวบางโรค ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น  

โรคเบาหวาน จะทำให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้   

โรคไทรอยด์ จะทำให้ลูกตาโดนดันไปด้านหน้า กล้ามเนื้อเกิดเป็นพังผืดได้ มักมีอาการตามัว มองเห็นภาพซ้อน อาจจะเคืองตา แสบตา ตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหลเยอะได้  

โรคความดันโลหิตสูง จะทำให้ตามัวได้ 

  •  ลม ฝุ่นละออง ควัน  การเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตา  คนอ้วน การขาดสารอาหาร  การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ฯลฯ


สาระน่ารู้

คอนแทค เลนส์

การใช้คอนแทคเลนส์

 การใส่คอนแทคเลนส์นับเป็นเรื่องปกติที่คนนิยมใส่กัน  เนื่องจากปัญหาเรื่องสายตา หรือใส่เพราะแฟชั่นและความสวยงาม แต่ถึงจะมีประโยชน์อย่างไร ก็ใช่ว่าการใส่คอนแทคเลนส์จะไม่มีความเสี่ยง  ดังนั้นก่อนใส่คอนแทคแลนส์ควรต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน 

การใช้และการดูแลคอนแทคเลนส์

  • การใช้คอนแทคเลนส์ควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อน เพราะใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถใส่คอนแทคเลนส์เหมือนกันได้ทุกคน เนื่องจากแต่ละคนมีลักษณะดวงตาที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความโค้งของดวงตา หรือเส้นผ่าศูนย์กลางของดวงตา ซึ่งมีไม่เท่ากัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยแล้ว จึงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้จึงจะดีที่สุด
  • ก่อนใช้คอนแทคแลนส์ควรแช่ด้วยน้ำยาทิ้งไว้ 1 คืนก่อนใส่ และหากมีน้ำยาละลายคราบโปรตีนก็สามารถนำมาผสมกับน้ำยาแช่ได้ เพื่อช่วยล้างสารกันบูดออกไป และเพื่อให้ไม่มีอันตรายกับดวงตายามนำมาใช้
  • สำหรับน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์นั้น ไม่ควรใช้ซ้ำเป็นอันขาด ซึ่งเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่อาจปะปนอยู่ในน้ำยาที่ใช้แล้ว คุณควรเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวันและเปลี่ยนขวดใหม่ทุก ๆ 3 เดือน อีกทั้งยังควรเลือกใช้เฉพาะน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ห้ามใช้น้ำธรรมดาอย่างเดียวโดยเด็ดขาด เพราะน้ำธรรมดาอาจไม่สะอาดเพียงพอและอาจทำให้คอนแทคเลนส์เสื่อมคุณภาพได้
  • อย่าใช้น้ำประปาล้างหรือแช่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากคลอรีนในน้ำประปาอาจทำให้เนื้อคอนแทคเลนส์เสื่อมสภาพ หรือฉีกขาดง่าย
  • ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ทุกครั้งต้องล้างมือให้สะอาด เพราะมือของุณทุกคนจะต้องสัมผัสกับคอนแทคเลนส์โดยตรง หากมือไม่สะอาดอาจเกิดอันตรายกับดวงตาได้
  • ใน 1 วัน คุณไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8-9 ชั่วโมง เพราะหากใส่นานเกินไปอาจทำให้ตาแห้ง ขาดออกซิเจน ตาระคายเคือง อักเสบ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้ตาพร่ามัว หรือตาบอดได้
  • ควรตัดเล็บให้สั้นก่อนถอดหรือใส่คอนแทคเลนส์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อดวงตาหรือไปสร้างรอยขูดขีดให้กับคอนแทคเลนส์
  • อย่าใส่คอนแทคเลนส์เข้านอน เพราะคอนแทคเลนส์อาจก่อความระคายเคืองให้แก่ผู้ใส่ขณะนอนหลับ ทางที่ดีควรถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนเข้านอน นอกจากจะดีต่อสุขภาพตาแล้ว ยังช่วยยืดอายุคอนแทคเลนส์ได้ด้วย
  • ก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง ต้องใส่คอนแทคเลนส์ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะหากใส่ทีหลังอาจทำให้เครื่องสำอางหลุดเลอะเทอะ หรืออาจติดปนเปื้อนไปกับคอนแทคเลนส์จนตาอักเสบได้
  • หากการใส่คอนแทคเลนส์ทำให้คุณรู้สึกแสบ เคือง หรือไม่สบายตา ควรถอดคอนแทคเลนส์ออกทันที หรือหากมีปัญหากับดวงตา เช่น ตาแดง ตาอักเสบ หรือปวดเจ็บดวงตา ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ต่อเด็ดขาด ต้องรอให้อาการไม่ดีดังกล่าวนั้นหายไปเสียก่อนจึงจะใส่ได้ และหากอาการเกี่ยวกับตายังไม่ดีขึ้น คุณควรไปพบหมอจักษุแพทย์เป็นการด่วน
  • เนื่องจากคอนแทคเลนส์ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบบรายวัน รายเดือน หรือรายปี ดังนั้น เมื่อครบกำหนดการใช้งานจึงไม่ควรฝืนใช้ต่อ เพราะยิ่งใช้นานวันเข้า สิ่งสกปรกอาจสะสมอยู่ในคอนแทคเลนส์นั้นและอาจเกิดการเสื่อมสภาพจนทำให้ตาอักเสบหรือมีปัญหาได้
  • ก่อนซื้อคอนแทคเลนส์ควรสำรวจวันหมดอายุเสียก่อน อย่าฝืนซื้อหากหมดอายุแล้ว เพราะคอนแทคเลนส์ที่หมดอายุ ตัวเนื้อของคอนแทคแลนส์จะเสื่อม และอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้
  • ควรเปลี่ยนตลับใส่คอนแทคเลนส์ทุก ๆ 1 เดือน เพื่อรักษาความสะอาด เนื่องจากหากใช้ไปนาน ๆ แล้ว เชื้อโรคอาจหมักหมมหรือซ่อนตัวอยู่จนทำให้คอนแทคเลนส์ติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ เมื่อซื้อตลับคอนแทคเลนส์มาใหม่ ควรจะล้างทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด จากนั้นผึ่งให้แห้งก่อนจึงจะนำมาใช้
  • ห้ามแช่คอนแทคเลนส์ทิ้งไว้จนลืม สำหรับคนที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์บ่อย ๆ และเผลอแช่ทิ้งไว้ในตลับ นั่นอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำยาแห้งจนพังได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรหมั่นหยิบคอนแทคเลนส์ออกมาเปลี่ยนน้ำยาเพื่อทำความสะอาดอยู่เสมอ ๆ เพราะจะสามารถยืดอายุการใช้งานได้
  • ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ที่แห้งแข็งแล้ว เพราะคอนแทคเลนส์ที่ถูกทิ้งอยู่ในอากาศนาน ๆ มักจะแห้งและแข็ง ทางที่ดีเมื่อถอดคอนแทคเลนส์แล้ว ควรนำมาใส่ตลับแช่คอนแทคเลนส์โดยเร็ว เพราะหากเผลอปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง อาจทำให้เนื้อคอนแทคเลนส์เสื่อมหรือฉีกขาดได้ และจะส่งผลต่อดวงตาของเรา ทางที่ดีควรเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลาว่า ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ที่แห้งแข็งแล้วโดยเด็ดขาด
  • ควรใส่คอนแทคเลนส์เฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็นเท่านั้น เช่น วันทำงาน วันไปเที่ยว หรือวันที่อยากจะสวยดูดีเป็นพิเศษ ซึ่งหากพักผ่อนอยู่บ้านเฉย ๆ ก็อาจพักสายตาไม่ใส่คอนแทคเลนส์บ้าง เพื่อดวงตาอันเป็นที่รักของเราจะได้พักผ่อนบ้างนั่นเอง

วิธีการดูแลดวงตาของตนเองเบื้องต้น

  • ตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
  • ผู้ใดที่ใส่แว่นสายตา ควรมั่นเช็ดทำความสะอาดเสมอ ๆ ส่วนผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ควรถอดล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน
  • ใส่แว่นตากันแดดเพื่อป้องกันรังสี UV
  • อย่าโหมใช้งานดวงตาหนักจนเกินไป
  • กินอาหารที่มีสารอาหารซึ่งเป็นประโยชน์ต่อดวงตา

ขอบคุณภาพและข้อมูล